news

โต้”ปักฉมวก”ไม่ถึงตาย ทำให้ร่างกายแข็งแกร่ง

โต้”ปักฉมวก”ไม่ถึงตาย ทำให้ร่างกายแข็งแกร่ง
ทหารโต้ท่า “ปักฉมวก” ทำให้กล้ามเนื้อคอแข็งแรง เพื่อแบกอาวุธ-สัมภาระได้ดี ยันทุกท่าที่ฝึก ล้วนอันตรายหมด เพราะอยู่ที่ความแข็งแกร่งของผู้ฝึก ไม่ใช้ปักฉมวก ก็ต้องไปใช้ท่าอื่นอยู่ดี

จากกรณีที่ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ จนครอบครัวต้องออกมาร้องต่อสื่อเพื่อให้หน่วยงานเกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริง รวมทั้งสาเหตุการเสียชีวิต ทั้งยังพบว่าอวัยวะในร่างกายคือสมอง และเครื่องในหายไป รวมทั้งสงสัยว่าในวันที่ในวันที่ 23 ส.ค. ก่อนที่น้องเมยจะเสียชีวิตนั้น ได้ถูกทำโทษหรือ “ธำรงวินัย” จากรุ่นพี่โดยสั่งให้ใช้ศีรษะปักลงพื้นที่เป็นตะแกรงเหล็ก พร้อมกับเอามือไพล่หลัง และยกขาทั้ง 2 ข้างสลับกันไปมา เป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งแพทย์ระบุว่า อาจมีผลทำให้การหัวใจล้มเหลวได้ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 23 พ.ย. แหล่งข่าวจากกองทัพ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว เดลินิวส์ออนไลน์ ว่าการฝึกทหารมีท่าฝึกหลายท่าโดยเฉพาะท่า “ปักฉมวก” ที่เอามือไพล่หลังและเอาหัวทิ่มพื้นก็เป็นหนึ่งในการฝึกที่มีมานานแล้ว หากจะบอกว่าอันตรายหรือไม่ ทุกท่าอันตรายหมด การให้ทหารฝึกท่าฉมวกก็มีประโยชน์เพื่อฝึกให้กล้ามเนื้อคอแข็งแรง สร้างกล้ามเนื้อบนต้นคอที่จะแบกอาวุธ แบกสัมภาระและอื่น ๆได้ ส่วนผลเสียก็มี คือ เจ็บหัวเป็นแผล เลือดลงศีรษะอาจเกิดความดันได้ แต่ไม่อันตรายถึงชีวิต ต่อข้อถามที่ว่าหลังเกิดกรณีของน้องเมยแล้วจะยังใช้ท่านี้ในการฝึกอีกหรือไม่ แหล่งข่าวรายเดิมระบุว่า ก็ต้องหาท่าอื่นมาฝึกแทนอยู่ดี ทั้งนี้ ร่างกายของคนเราความแข็งแรงไม่เหมือนกัน บางคนแข็งแรงมากก็อยู่ได้ แต่บางคนทนไม่ไหวก็ขอลาออกไป สำหรับบทลงโทษมีทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่เจริญแล้ว หรือ ประเทศกำลังเจริญล้วนมีหลักสูตรธำรงวินัยแบบนี้เช่นกัน

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์