news

เทคนิครักษาสวนให้สวยอยู่เสมอ

1. ตรวจสอบต้นไม้ให้ดีก่อนซื้อมาปลูก

ก่อนจะเลือกต้นไม้มาปลูกในสวน เราก็ควรต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า ต้นไม้ต้นนั้นจะมีสุขภาพดี ไม่เป็นโรค เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โรคนั้นแพร่ระบาดไปยังต้นไม้อื่น ๆ ได้ แต่หากไม่แน่ใจว่าต้นไม้สุขภาพไม่ดีจะมีลักษณะเป็นอย่างไร ก็แนะนำให้ศึกษาจากหนังสือต้นไม้ หรือหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตดูก่อน หรือจะตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตัวเองง่าย ๆ ก็ได้ โดยควรเลือกต้นที่ไม่มีใบที่แห้งตาย ลำต้นไม่เน่า และไม่มีแมลงติดไปกับต้นด้วย นอก

เหนือจากนี้ ก็ควรเลือกต้นที่มีรากแข็งแรง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โดยคว่ำมือลงบนกระถางต้นไม้ และใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางหนีบลำต้นไว้ จากนั้นค่อย ๆ คว่ำกระถาง และขยับนิ้วที่หนีบลำต้นเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ต้นไม้ค่อย ๆ หลุดออกจากกระถาง จะได้เห็นรากต้นไม้ได้อย่างชัดเจน รากที่ดีควรมีลักษณะขาว อวบเต็ม และแผ่กระจายเต็มก้อนดินนะคะ

2. ใช้ปุ๋ยหมักที่ได้มาตรฐาน

บางคนมักจะใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพหรือ EM ที่ทำเองจากการหมักเศษใบไม้ในสวน แต่ปุ๋ยหมักชีวภาพทำเองแบบนี้ อาจไม่ค่อยปลอดภัยสักเท่าไร เพราะกระบวนการการหมักด้วยตัวเอง อาจไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคที่เป็นอันตรายแก่ต้นไม้ได้อย่างหมดจด ดังนั้นควรเลือกใช้ปุ๋ยหมักที่ได้มาตรฐานจะดีกว่า เพราะผ่านกระบวนการการหมักด้วยความร้อนสูง ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้หมดสิ้น ไม่ทำให้เชื้อโรคกลับมาทำลายต้นไม้ได้อีก ปลอดภัยกว่ากันเยอะเลยค่ะ
3. อย่าลืมป้องกันแมลง

แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากให้ต้นไม้โดนแมลงแทะให้แหว่งเว้าไม่สวยงาม ดังนั้นหากมีแมลงมารุกรานสวนสวยของเราให้เสียหาย ก็ควรต้องกำจัดกันสักหน่อย โดยเฉพาะเพลี้ย ที่สามารถแพร่กระจายประชากรได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งหากมองหายาฆ่าแมลงที่ปราศจากสารเคมีอันตราย หรือชนิดที่มีสารอันตรายน้อยที่สุด ก็จะยิ่งทำให้สามารถป้องกันแมลงได้แบบไม่เสียสุขภาพด้วยนะคะ

4. เก็บกวาดใบไม้แห้ง

เมื่อมีต้นไม้ก็ย่อมต้องมีใบไม้ที่หล่นร่วงลงมาเกลื่อนพื้นดิน ซึ่งก็คงไม่ดีแน่ถ้าเราปล่อยเฉย ไม่เก็บกวาดให้สะอาด เพราะใบไม้ที่ร่วงลงมา อาจจะมีเชื้อโรค หรือไวรัสเกาะอยู่ ซึ่งอาจแพร่กระจายลงตามพื้นดินได้ ดังนั้นควรหมั่นเก็บกวาดใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาให้สะอาดอยู่เสมอ รวมถึงริดใบไม้ที่เหลือง ๆ และมีลักษณะของโรค เช่น มีรอยดำ หรือมีเพลี้ยเกาะอยู่ออกจากต้นไม้ด้วย เพื่อป้องกันโรคที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ และสุขภาพของต้นไม้ต้นอื่น ๆ ในสวนด้วยนะคะ

5. ใส่ปุ๋ยอย่างพอดี

ปุ๋ยช่วยบำรุงให้ต้นไม้ได้สารอาหารครบถ้วน ทำให้ต้นไม้และดอกไม้ให้ผลผลิตที่สวยงาม แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับปริมาณของปุ๋ยที่ใส่ด้วย เพราะถ้าหากใส่เยอะเกินไปก็อาจทำให้รากไหม้ หรือลดการดูดซึมน้ำของรากได้ แต่หากใส่น้อยเกินไป พืชก็จะได้สารอาหารไม่เพียงพอ ทำให้ไม่แข็งแรงและเกิดโรคได้ง่าย ดังนั้นเราจึงต้องใส่ใจการใส่ปุ๋ย โดยขั้นต้นก็ดูสูตรปุ๋ย และสารอาหารจากปุ๋ยก่อน หรือจะสอบถามผู้เชี่ยวชาญเพื่อความแน่ใจก็ดี ว่าต้นไม้แต่ละชนิดควรจะให้ปุ๋ยอย่างไร

6. เลือกปลูกพืชพันธุ์ต้านทานโรค

คนที่มีภูมิต้านทานดีมักจะแข็งแรงกว่าคนที่มีภูมิต้านทานต่ำ ดังนั้นมองหาพืชพันธุ์ต้านทานโรคมาปลูกในสวนก็จะดีไม่น้อย โดยส่วนมากมักจะดูได้จากฉลากบนซองเมล็ดพันธุ์ เช่น มะละกอ มะเขือเทศ ถั่วเหลือง พริก เป็นต้น เฉพาะกับพืชผักสวนครัวนะคะ แต่สำหรับพืชดอก คงต้องสอบถามจากทางร้าน หรือจะหาข้อมูลจากหนังสือและอินเทอร์เน็ตก็ได้จ้า

7. ปลูกต้นไม้ให้ถูกตำแหน่ง

ต้นไม้ทั้งไม้ดอกและไม้ผล ก็มีความต้องการแสงแดดที่ต่างกัน ดังนั้นก่อนจะลงหลักปักฐานให้ต้นไม้แต่ละชนิด ก็ควรต้องเช็กให้แน่ใจก่อนว่าได้ปลูกถูกตำแหน่งแล้วหรือไม่ เช่น ปลูกต้นปาริชาตที่ชอบแดดไว้ในตำแหน่งที่แดดส่องได้ดี และปลูกต้นแคทลียาในตำแหน่งที่หลบแดดได้ เพราะเป็นไม้ดอกที่ไม่ชอบแดด เป็นต้น เพื่อให้ต้นไม้นั้น ๆ มีอายุยืนยาว ไม่เหี่ยวเฉาเพราะแสงแดดที่ผิดความต้องการ

8. หมั่นรดน้ำอยู่เสมอ

ปลูกต้นไม้ไว้แล้ว ก็ควรต้องหมั่นรดน้ำดูแลอยู่เสมอด้วย ต้นไม้จะได้เขียวชอุ่มไม่ขาดน้ำ จนแห้งเหี่ยวตายกลายเป็นสวนร้างได้ แต่การรดน้ำต้นไม้ก็ต้องมีความพอดีกับต้นไม้แต่ละต้น เพราะพืชบางชนิดก็ชอบน้ำ เช่น ต้นชวนชม ต้นโมก และบางชนิดอย่าง พิกุล ชบา เยอบีรา ก็ไม่ชอบน้ำ ดังนั้นหากไม่อยากพลาดทำให้รากเน่า ก็ควรต้องศึกษาชนิดของต้นไม้ที่มีในสวนให้ดี จะได้ดูแลได้อย่างถูกต้องจ้า

9. ไม่ควรปลูกต้นไม้ชิดกันจนเกินไป

การปลูกต้นไม้ชิดกันจนเกิดไป อาจทำให้เกิดความชื้นมาก เป็นผลให้ต้นไม้เป็นโรคราแป้งและราน้ำค้างได้ นอกจากนี้การปลูกต้นไม้ชิดกันแบบนี้ ยังจะทำให้พืชแย่งน้ำ แสงแดด และสารอาหารกันอีกด้วย ทำให้ต่างก็เจริญเติบโตได้ช้า จนในที่สุดพืชที่อ่อนแอกว่าก็จะค่อย ๆ ตายลงไป และหากโชคร้ายมีต้นไม้ต้นใดต้นหนึ่งเกิดโรคขึ้นมา ต้นที่อยู่ถัด ๆ ไป ก็อาจจะได้รับผลกระทบ พากันเป็นโรคหมดเลยก็ได้ ดังนั้นพยายามรักษาระยะห่างของต้นไม้ให้พอดี ไม่ชิดจนเกินไป เพื่อให้ต้นไม้แต่ละต้นเติบโตได้อย่างทั่วถึงนะจ๊ะ

Credit http://snss.co.th/dt_post/soft-services/